แต่งเล็บ

ปัญหาเล็บมือเล็บเท้า เรื่องใหญ่ที่สาวๆ ไม่ควรมองข้าม

เล็บมือและเล็บเท้าใครว่าไม่สำคัญ สาวๆ ทราบไหมว่าปัญหาเล็บฉีกหรือแม้แต่เล็บขบก็เป็นสัญญาณเตือนให้เราควรรีบหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพเช่นกัน ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับเล็บ คุณยิ่งไม่ควรมองข้ามหรือละเลยเพราะมันมีผลต่อสุขภาพด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะกับเล็บขบด้วยแล้วหากเกิดการติดเชื้อก็อาจจะยิ่งทำให้ยากต่อการรักษาอีกด้วย ดังนั้น มาหาวิธีรับมือป้องกันและแก้ปัญหาเล็บเหล่านี้กันดีกว่า

ปัญหาเล็บฉีก
เมื่อไรที่เล็บฉีกนอกจากเล็บของสาวๆ จะหมดสวย ไม่น่ามองแล้ว การที่เล็บของคุณฉีกมันเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของเรากำลังขาดสารอาหารประเภทวิตามินและธาตุเหล็ก ดังนั้น วิธีแก้ปัญหานี้ก็ไม่ยากแต่อย่างใดเลย เพียงหันมาใส่ใจในเรื่องของการรับประทานอาหารโดยเน้นทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเล็บของคุณ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่วและธัญพืชต่างๆ ทานเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไข่ไก่ หอย มันฝรั่งและอะโวคาโด เพราะมีแร่ธาตุ สารอาหารและวิตามินที่มีส่วนสำคัญในการบำรุงเล็บให้แข็งแรงโดยสารอาหารจำพวกไบโอติน วิตามินบี 7 และวิตามิน H หากร่างกายได้รับสารอาหารเหล่านี้เข้าไปอย่างเพียงพอ จะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เกิดความเปราะบางจนฉีกหักง่ายอย่างแน่นอน
การเลือกใช้ครีมบำรุงมือและเล็บ
นอกจากการทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยบำรุงสุขภาพเล็บให้แข็งแรงแล้ว สาวๆ ควรหมั่นทาครีมบำรุงมือและเล็บไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเล็บมือและเล็บเท้าก็ย่อมได้รับการใส่ใจบำรุงดูแลด้วยกันทั้งนั้น โดยหมั่นทาเป็นประจำทั้งเช้า-เย็น สารอาหารจากครีมบำรุงจะช่วยให้ผิวเล็บของคุณแข็งแรงยิ่งขึ้น มีความยืดหยุ่น ไม่แห้งกร้านจนแตกเปราะง่าย นอกจากนี้ คุณควรใส่ใจรักษาความสะอาดของเล็บเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อโรคสะสม โดยการตัดเล็บมือและเท้าให้สั้นพอเหมาะอยู่เสมอ ข้อสำคัญสำหรับสาวๆ ที่ชอบไว้เล็บยาวเพื่อทาสีเล็บสวยๆ คุณทราบไหมว่าเล็บของคุณมีความเสี่ยงที่จะโดนกระทบจนเปราะหักหรือฉีกได้ง่าย รวมทั้งการใช้สีทาเล็บบางชนิดก็มาพร้อมสารเคมีที่มีผลต่อเล็บทำให้เล็บของคุณเหลือง มีความแห้งกร้าน เปราะบางและฉีกหักง่ายในเวลาต่อมาได้เป็นประจำ ทางที่ดีแนะนำให้คุณเลิกทาสีเล็บหรือเลิกเคลือบเล็บไประยะหนึ่งก่อน เพื่อให้ผิวเล็บได้รับออกซิเจนหรือให้มันได้หยุดพักหายใจบ้าง พร้อมกันนี้ เรามีวิธีการดูแลใส่ใจถนอมเล็บจากวิธีธรรมชาติมาฝาก เพื่อสุขภาพเล็บที่ใสสะอาดและแข็งแรง สาวๆ มาลองทำกันดูนะคะ

สูตรน้ำมันมะกอก
นำน้ำมันมะกอกไปอุ่นจากนั้นแช่มือของคุณเอาไว้ในน้ำมันมะกอกสักครู่ แล้วเช็ดออกเบาๆ เล็บของคุณจะนุ่มมากขึ้น อีกทั้งยังป้องกันปัญหาผิวเล็บไม่ให้แห้งกร้าน เปราะบางและฉีกหักง่ายอีกด้วย

สูตรนมสด
อุ่นนมสดด้วยไฟพอประมาณ จากนั้นนำมือไปจุ่มแช่ไว้ประมาณ 3-5 นาที เช็ดออกเบาๆ จะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรงยิ่งขึ้น

สูตรแช่เล็บในน้ำอุ่น
หยดน้ำมันโอลีฟลงในน้ำอุ่น 2-3 หยด จากนั้นนำมือลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วเช็ดออกเบาๆ จะช่วยบำรุงผิวสุขภาพเล็บให้สดใส มีความชุ่มชื้นไม่แตกหักง่าย

สูตรกระเทียม
บดกระเทียมให้ละเอียด จากนั้นนำมาทาบนผิวเล็บสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรงขึ้น
ปัญหาเล็บขบ
สาเหตุที่เกิดปัญหาเล็บขบนั้น เนื่องจากการตัดเล็บแบบไม่ถูกวิธีและสวมรองเท้าที่บีบรัดปลายเท้ามากเกินไป จนทำให้เล็บบริเวณรอบข้างที่กำลังงอกใหม่เกิดอาการอักเสบกระทั่งเป็นหนอง หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบเร่งรักษาอย่างถูกต้อง ย่อมเกิดเป็นแผลอักเสบและมีหนองตามมาจนถึงขั้นต้องถอดเล็บนั้นๆ ทิ้งไปก็เป็นได้ และกว่าที่เล็บจะงอกขึ้นใหม่อย่างเรียบสวยเช่นเดิมก็ย่อมใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ดังนั้น หากสาวๆ มีปัญหาเล็บขบเกิดขึ้นให้เร่งรีบรักษาตามขั้นตอนที่เราแนะนำดังนี้ได้เลย

1. ล้างทำความสะอาดขอบเล็บด้วยตนเองง่ายๆ ด้วยการแช่เท้าในน้ำอุ่นเพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกหรือง่ายต่อการทำความสะอาด จากนั้นนำสำลีมาพันกับไม้แล้วเช็ดขอบของเล็บให้เกลี้ยงเกลา พร้อมกันนี้ ให้ดันเนื้อข้างเล็บออกจนเปิดเป็นทางหนองโดยดันจนกระทั่งสิ่งสกปรกหลุดออก หากพบว่าขอบเล็บแหลมตำอยู่ใต้เนื้อให้ตัดส่วนแหลมนี้ทิ้งไป แล้วพยายามแซะหนังข้างเล็บให้เปิดออกมาเพื่อป้องกันการเกิดเล็บขบซ้ำ

2. ตัดเล็บเท้าให้ถูกวิธีโดยการตัดแบบลักษณะตรง ไม่ควรตัดเล็บให้โค้งมนหรือเป็นขอบลึกเข้าด้านข้าง

3. การสวมรองเท้าควรเลือกสวมแบบที่มีส่วนกว้างตรงหน้าเท้าและส้นไม่ควรสูงมากและควรมีอากาศระบายถ่ายเทบ้าง ไม่ควรเลือกสวมรองเท้าที่บีบปลายเท้าแบบรัดแน่นจนเกินไป เพราะอาจจะยิ่งบีบเล็บเท้าภายในให้กลายเป็นปัญหาเล็บขบตามมาได้

ในกรณีที่เกิดปัญหาเล็บขบ หากสาวๆ ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เราแนะนำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อผ่าตัดเนื้อเล็บออกประมาณส่วนสี่ของเล็บทั้งหมด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เล็บงอกขึ้นตามแนวเดิม และแพทย์อาจจะตัดหนังด้านข้างเล็บออกไปด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เล็บกลับมาเสียเหมือนเดิม

http://beautifulstarthere.com/

ความสำคัญและหน้าที่ของเล็บที่สาวๆ ควรรู้

shopในเรือนร่างของผู้หญิงเราหรือแม้แต่ผู้ชายเองก็เช่นเดียวกัน ถามว่ามีส่วนไหนบ้างไหมที่เราละเลยไม่ดูแลใส่ใจก็ยังได้ แท้จริงแล้ว ทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นอวัยวะภายในหรือภายนอก แม้แต่เรื่องของปลายเส้นผมหรือแม้แต่ปลายนิ้วเรียวสวยอย่างเล็บของคุณก็ย่อมต้องได้รับการใส่ใจดูแลด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้น วันนี้เราจึงพาสาวๆ มาทำความรู้จักกับความสำคัญและหน้าที่ของเล็บรวมถึงที่มาของเล็บว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อการที่คุณจะได้รู้จักและเข้าใจ รวมถึงการหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพเล็บให้สวย สุขภาพดีไปพร้อมกันมากขึ้น หากคุณพร้อมแล้วก็มาติดตามอ่านข้อมูลดีๆ ที่เรานำมาฝากไปพร้อมกันเลยค่ะ
เล็บกับปัญหาสุขภาพ
เรื่องของสุขภาพเล็บนั้นอย่างไรก็ยังคงเป็นสิ่งที่สาวๆ เราต้องให้ความสำคัญใส่ใจดูแลไม่แพ้เรื่องอื่นๆ ของร่างกาย เนื่องจากเล็บที่มีความผิดปกติก็ยังบ่งบอกถึงสัญญาณของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการขาดสารอาหารหรือสุขภาพกำลังอยู่ในช่วงเจ็บป่วยโดยที่เราไม่ทันสังเกตพบหรือรู้ตัวก็เป็นได้ รวมถึงเล็บที่มีลักษณะผิดปกติซึ่งมีสาเหตุจากการติดเชื้อหรือผิดปกติจากระบบอวัยวะภายในที่สำคัญเช่น หัวใจ ปอด ลักษณะที่พบคือเล็บและปลายนิ้วที่กลมจนมีลักษณะเหมือนกระบอง นอกจากนี้ ลักษณะของเล็บที่มีความผิดปกติยังเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆ อีกเช่น มีอาการอักเสบเรื้อรังจากเนื้อเยื่อข้างเล็บ โรคสะเก็ดเงินหรืออาจจะมีผลมาจากการเกิดอุบัติเหตุจนไปโดนเนื้อใต้เล็บรวมถึงการเสื่อมสภาพของร่างกายซึ่งเกิดจากความแก่ชรา

เล็บเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เล็บของคนเราถูกสร้างขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วยเซลล์ผิวหนังที่ตายและเคอราติน แต่จะเพิ่มความยาวได้เองตลอดเวลา สำหรับอัตราการงอกของเล็บนั้นจะมีประมาณ 0.1-0.2มม./วัน อาจจะมีการงอกช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับภาวะช่วงวัยและสภาพร่างกายของแต่ละคน

เมื่อคนเราอายุประมาณ 15-30 ปี มักจะเป็นช่วงเวลาที่เล็บยาวเร็วมากที่สุด อัตราการงอกสำหรับเล็บมือค่อนข้างจะยาวเร็วมากกว่าเล็บเท้าประมาณ 2 เท่า เพราะเหตุนี้ สังเกตได้ว่าเรามักจะต้องตัดเล็บมือบ่อยมากกว่าเล็บเท้า แต่โดยปกติคนเราก็มักจะนิยมตัดเล็บ 1-2 สัปดาห์/ครั้ง สุขภาพเล็บที่ดีปกติจะมีสีชมพูอ่อน ผิวเล็บและสีของเล็บจะราบเรียบเสมอกัน ไร้ซึ่งรอยหยักหรือการโค้งงอ
หน้าที่และความสำคัญของเล็บ
1. ไว้สำหรับจับสิ่งของที่มีขนาดเล็กหรือชิ้นเล็กๆ
2. ไว้สำหรับเกาเวลาคันบนผิวหนังหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพราะหากคนเราไม่มีเล็บก็ย่อมเกิดความหงุดหงิด เมื่อรู้สึกว่าแกะหรือเกาไม่สะดวก
3. ฉีกอาหาร หรือสิ่งต่างๆ ที่เราต้องการใช้ให้กลายเป็นชิ้นเล็กๆ
4. เวลาสระผม เล็บจะเป็นตัวช่วยในการขจัดสิ่งสกปรกในยามที่เราเกาหนังศีรษะได้เป็นอย่างดี
5. กรณีของเล็บเท้าจะช่วยให้การเดินหรือวิ่งเป็นไปอย่างคล่องแคล่วมีประสิทธิภาพ ลองสังเกตตามว่าบางท่านที่โดนถอดเล็บเท้าจะพบว่าการเดินหรือวิ่งเป็นไปไม่ถนัดนัก
6. เล็บบ่งบอกถึงความงาม ลักษณะความผิดปกติต่างๆ ย่อมเป็นสัญญาณเตือนของสุขภาพ รวมถึงบ่งบอกรสนิยม บุคลิกคนเราได้เป็นอย่างดี
7. สามารถบอกโรคบางประเภทภายในร่างกายของคนเราที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะสำคัญบางอย่างได้

สาวๆ ที่รักสุขภาพหลายคนนอกจากการดูแลใส่ใจในเรื่องต่างๆ ของร่างกายแล้ว อย่าลืมหันมาทำความรู้จักและหมั่นดูแลใส่ใจเล็บของคุณกันบ้างนะคะ เพราะเล็บก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์บนปลายนิ้วที่จะทำให้นิ้วเรียวยาวของคุณสวยน่ามองขึ้นได้ การที่มีเล็บสะอาด สุขภาพดี มีสีชมพูอ่อนอย่างเป็นธรรมชาติย่อมบ่งบอกว่าคุณมีสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงปราศจากโรคภัยได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น อย่าหมั่นเอาแต่ทาสีเล็บสวยกันบ่อยจนไม่ได้ให้เล็บได้หยุดพักหายใจกันล่ะ เมื่อไรที่เล็บกลับมาสู่สภาวะปกติ เราจะได้สังเกตอาการของสุขภาพเล็บไปพร้อมกันนั่นเอง เพราะเล็บเป็นสิ่งที่คุณต้องถนอมไม่แพ้ส่วนอื่น ดังนั้น หากไม่รักเล็บไปด้วยก็อาจจะทำให้เรามองไม่เห็นจุดบกพร่องของร่างกายที่กำลังส่งสัญญาณเตือนอาการเจ็บป่วยบางอย่างอยู่ก็เป็นได้นะ

cr.http://beautifulstarthere.com/

วิธีถนอมเล็บให้สวยแข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติ

p1230613ช่วงเวลาบำรุงดูแลเล็บ
สาวๆ ทราบไหมคะว่าช่วงเวลาไหนบ้างที่เหมาะสมที่สุดที่เราจะต้องให้การใส่ใจดูแลเล็บ สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมนั่นก็คือช่วงหลังจากอาบน้ำหรือหลังล้างจานนั่นเองค่ะ เพราะเป็นช่วงที่เล็บของคุณค่อนข้างสะอาดและมีความอ่อนนุ่มมากที่สุด ดังนั้น หลังจากมือของเราเปียกมาใหม่ๆ แล้วให้รีบเช็ดให้หมาดจากนั้นชโลมด้วยครีมบำรุงผิวมือและเล็บไปเลยทันที

การเติมน้ำยาทาเล็บ
น้ำยาสำหรับเติมยาทาเล็บนั้นเราจะใช้เติมเพื่อป้องกันไม่ให้ยาทาเล็บมีความข้มมากเกินไป ในการเก็บนั้นหากเก็บเข้าตู้เย็นจะช่วยถนอมอายุผลิตภัณฑ์เอาไว้ได้นานขึ้น ทั้งนี้ ไม่ควรใช้น้ำยาล้างเล็บเกินกว่าอาทิตย์ละครั้ง เพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะส่งผลให้เล็บแห้งเปราะหักง่าย Sealer หรือ top coatเป็นน้ำยาเคลือบเงาเล็บที่ใช้ทาทับกับสีทาเล็บอีกครั้งหนึ่งซึ่งเราสามารถใช้ยาทาเล็บแบบใสๆ มาทาเพื่ออช่วยลดการกร่อยและแตกของเล็บได้ค่ะ สำหรับยาทาเล็บแบบใสๆ นั้นสามารถนำมาทาถนอมเล็บได้ทุกวันค่ะ มันจะช่วยป้องกันและถนอมไม่ให้เล็บสูญเสียความชุ่มชื้นนั่นเอง

แก้ปัญหาเล็บเหลืองจากยาทาเล็บ
สำหรับสาวๆ หลังจากที่ล้างเล็บแล้วพบว่าการทาสีเล็บบ่อยๆ มาพร้อมปัญหาเล็บเหลืองไม่สวยงาม แนะนำให้แช่นิ้วมือและเท้าในน้ำที่ผสมน้ำมะขามเปียก โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีจึงล้างออกหรือสามารถใช้เปลือกมะนาวมาถูเล็บบ่อยๆ ก็ช่วยขจัดปัญหาเล็บเหลืองได้เช่นเดียวกัน

ถนอมมือและเล็บหลังจากล้างมือ
หลังจากที่เราล้างมือทำความสะอาดในภารกิจระหว่างวันที่ต้องไปสัมผัสกับสิ่งสกปรกทุกครั้ง เมื่อล้างมือเสร็จแล้วให้ทาโลชั่นบำรุงผิวมือและเล็บทันที มันจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เพราะฤทธิ์จากสบู่หรือน้ำยาล้างมือได้ชะล้างเอาน้ำหล่อเลี้ยงผิวให้หลุดออกไปพร้อมกันนั่นเอง นอกจากนี้ อย่าลืมบำรุงผิวมือและเล็บก่อนเข้านอนทุกวันนะคะสุขภาพมือและเล็บก็จะดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนเล็บ
ในบางครั้งยาทาเล็บที่เราทาลงไปอาจจะมาพร้อมคราบสกปรกหรือมีเชื้อแบคทีเรียฝังปะปนอยู่เล็บ อาจจะมีเป็นรอยเลอะให้เรามองเห็นชัดเจน แนะนำให้ใช้สำลีชุบไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(น้ำยาล้างแผล) บีบลงบนซอกเล็บหรือจุดที่มีรอยสกปรกแล้วปล่อยทิ้งไว้สักครู่สิ่งสกปรกจะค่อยๆ ลอยออกมา จากนั้นใช้สำลีหรือคอตตอลบัตรก้านเล็กๆ เช็ดออก หรือสามารถล้างออกด้วยน้ำสบู่กับแปรงขัดในขณะที่อาบน้ำก็ได้เช่นกัน จากนั้นอย่าลืมทาครีมบำรุงเล็บตามกันนะคะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ สำหรับปัญหาสุขภาพเล็บที่อาจจะเกิดขึ้นมาทำให้เรากังวลใจ ไหนจะเป็นปัญหาของสุขภาพและความงาม แต่ปัญหาเหล่านี้หมดไปแน่นอน หากคุณปฏิบัติตามวิธีถนอมเล็บให้สวยแข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติดังที่เราแนะนำทั้งหมด เท่านี้ก็มีมือและเล็บสวยใสไว้อวดสายตาใครต่อใครได้แล้ว

CR.http://beautifulstarthere.com/

ใครเล็บเหลืองยกมือขึ้น มาดูเทคนิคการบำรุงเล็บแสนง่ายกัน

นอกจากเล็บที่ไม่แข็งแรง เปราะบาง แตกหักง่ายแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนเจอกันมาก นั่นก็คือ “เล็บเหลือง” ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้ยาทาเล็บที่ด้อยคุณภาพ หรือเกิดจากการสูบบุหรี่ (เพราะต้องคีบบุหรี่) รวมทั้งโรคบางโรค เช่น ต่อมน้ำเหลือง โรคไทรอยด์ โรคไตบางชนิด เป็นต้น ก็อาจทำให้เล็บเหลืองได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด แน่นอนว่ามันทำให้ภาพลักษณ์ของคุณเสียไป กลายเป็นคนไม่ดูแลตนเอง ปล่อยเนื้อปล่อยตัว หรือขี้โรค ดังนั้น เรามาจัดการเล็บเหลือง ด้วยเทคนิคการบำรุงเล็บแสนง่ายกัน

เทคนิคการบำรุงเล็บ ไมให้เล็บเหลือง
1.ทาครีมบำรุงเล็บและมือ ปัจจุบันมีโลชั่นบำรุงมือและเล็บโดยเฉพาะ ไม่ต้องใช้ปนกับครีมบำรุงผิวกายอีกต่อไป ยิ่งถ้าเป็นทาเล็บอยู่เป็นประจำ ก็ควรมีครีมบำรุงเล็บและมือติดไว้ด้วย เพราะในครีมดังกล่าวจะมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงมือและเล็บให้แข็งแรง และทำให้เล็บมีสุขภาพดี เช่น วิตามินอี หรือลาโนลินเข้มข้น แก้ปัญหาเล็บเหลืองได้เป็นอย่างดี
2.หมั่นแช่น้ำอุ่น โดยให้แช่มือหรือเท้าในอ่างที่ใส่น้ำอุ่นกับมะนาวหั่นเป็นแว่น (อาจผสมน้ำมะขามเปียกลงไปนิดหน่อยด้วยก็ได้) โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก หรือจะแช่เล็บมือหรือเท้าในน้ำอุ่นประมาณ 10 นาที พอแช่เสร็จแล้วพักเล็บไว้ประมาณ 2-3 นาที แล้วจึงนำมะนาวฝานหรือมะกรูดมาทาถูให้ทั่วทุกนิ้ว แล้วพักเล็บทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากทำเป็นประจำจะช่วยบำรุงเล็บให้ขาวสะอาดขึ้น

3.ใช้ยาสีฟันพอกเล็บ วิธีอาจฟังดูพิลึกพิลั่น ทว่ากลับได้ผลอย่างน่าประหลาดใจ เพียงแค่นำยาสีฟัน (ชนิดฟอกฟันขาว) มาบีบลงบนเล็บแล้วพอกทิ้งไว้ หรือใช้แปรงสีฟันเก่าช่วยขัดไปด้วยอีกแรงก็ได้ รับรองว่าเล็บที่เคยเหลืองจะขาวใสขึ้นจนคุณต้องอึ้ง

4.เพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลเล็บ ถ้าคุณเป็นคนชอบทาเล็บ หลังจากล้างสีทาเล็บออกด้วยน้ำยาล้างเล็บที่เต็มไปด้วยส่วนผสมของแอลกอฮอล์แล้ว อาจทำให้ผิวหนังและเล็บของคุณแห้งจนก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้ โดยเฉพาะเล็บเหลือง ดังนั้น หลังจากล้างเล็บควรแช่มือและเท้าไว้ในน้ำอุ่นประมาณ 15 นาที เพื่อเป็นการพักฟื้นเล็บ และควรสวมใส่ถุงมือทุกครั้งในขณะทำงานบ้าน เช่น ล้างจาน ขัดห้องน้ำ ทำงาน ฯลฯ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากน้ำยาหรือสารเคมีทั้งหลาย
5.ใช้น้ำยาเคลือบเล็บก่อนทาเล็บทุกครั้ง เนื่องจากสาเหตุหนึ่งของเล็บเหลืองนั้นมาจากการทาเล็บโดยไม่ยอมทารองพื้นหน้าเล็บเสียก่อน จึงทำให้สีทาเล็บต่างๆ เกิดการเกาะติดอยู่เป็นเวลานานจนทำให้เล็บเหลือง ดังนั้น ควรป้องกันปัญหานี้ด้วยการใช้ยาเคลือบเล็บ (Base Coat) ก่อนลงสีทาเล็บ เพราะจะช่วยไม่ให้เล็บเสียความชุ่มชื่นและลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง

6.รับประทานอาหารบำรุงเล็บ โดยปกติแล้วในแต่ละอาทิตย์เล็บของเราจะยาวขึ้นประมาณ 0.5 มิลลิเมตร แต่บางคนอาจยาวขึ้นเพียง 0.05 มิลลิเมตร หรือยาวเร็วขึ้นประมาณ 1.2 มิลลิเตร ขึ้นอยู่กับอาหารการกิน สภาพอุณหภูมิ และสุขภาพโดยรวม ที่สำคัญคือเล็บจะหนาหรือบาง แข็งแรงหรือเปราะง่าย ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับอาหารและสุขภาพด้วย
ดังนั้น การรับประทานอาหารบำรุงเล็บ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สุขภาพเล็บของคุณดีขึ้นได้ โดยควรเน้นอาหารที่ให้แคลเซียม เช่น นม เต้าหู้ โยเกิร์ต หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม ถั่วแดง เนื้อแดง ไข่ หอยนางรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ชอบรับประทานอาหารดังกล่าว หรือคิดว่าตัวเองขาดแคลเซียม (ควรให้ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัย) ก็สามารถรับประทานแคลเซียมในรูปแบบอาหารเสริมได้ เพื่อให้ร่างกายได้นำไปใช้อย่างเพียงพอ

CR.http://www.beauty24store.com/

อาหารบำรุงเล็บให้สวยสุขภาพดี

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าอาหารบำรุงเล็บเป็นสิ่งสำคัญ ฉะนั้น หากพบว่าเล็บขุ่นไม่วาวใส อาจเกิดจากการขาดวิตามินบี จึงต้องรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีเยอะๆ เช่น พืชตะกูลถั่ว ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ผักใบเขียวจัด ผักโขม เป็นต้น หากรู้สึกว่าเล็บเปราะบางหรือเล็บลอก แสดงว่าร่างกายต้องการกรดไขมันที่จำเป็นมากขึ้น เพื่อไปบำรุงเนื้อใต้เล็บให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งจนลอกได้อีก จึงควรรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันที่จำเป็นอย่าง เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6

สำหรับคนที่เล็บไม่แข็งแรง หักง่าย ควรเสริมเคราตินให้เล็บอย่างด่วนจี๋ ด้วยการรับประทานเนื้อสัตว์ ทั้งหมู ไก่ และเนื้อปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน และปลาแมกเคอเรล ที่มีโปรตีนสูง และเพื่อเล็บที่แข็งแรงสุขภาพดี ควรให้ร่างกายได้รับโปรตีนอย่างน้อย 170 กรัมต่อวันด้วยนะจ๊ะ ส่วนปัญหาเล็บขรุขระ ไม่เกลี้ยงเกลา ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เพื่อให้เข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเล็บ ให้อิ่มเต็ม เรียบลื่นดูสุขภาพดี ได้แก่ ไข่แดง ผักขม ซีเรียล เนื้อแดง ปลา เป็ด ไก่ และควรกินวิตามินซี เช่น ผลไม้ตระกูลส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น

  อย่างไรก็ตาม อาหารบำรุงเล็บ สามารถทดแทนได้โดยการรับประทานอาหารเสริมที่ให้สารอาหารที่ตัวเองขาดแคลน เช่น บางคนขาดธาตุเหล็ก ทำให้เล็บดูสึกหรอ ไม่เต็มนิ้ว ก็ควรรับประทานอาหารเสริมที่ให้วิตามินซีสูง ควบคู่ไปกับการรับประทานเนื้อสัตว์อย่างเป็ด ไก่ ปลา ก็จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้ได้ดีขึ้น เป็นต้น

CR. http://www.beauty24store.com/

วิธีดูแลเล็บมือ เล็บเท้า และอาหารบำรุงเล็บ

เรื่องความสวยความงามเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนในยุคปัจจุบัน เพราะมันคือใบเบิกทางของอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการงาน ความสัมพันธ์ โดยเฉพาะเรื่องความรักที่ต่างก็อยากให้อีกฝ่ายประทับใจในรูปลักษณ์ภายนอก …ที่อธิบายมานี้เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าการรักษาภาพลักษณ์นั้นสำคัญไฉน
และแน่นอนใครๆก็อยากจะดูดีทุกระเบียดนิ้วตั้งแต่หัวจรดเท้า ดังนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องการดูแลผิวพรรณ เสื้อผ้าหน้าผมให้ดูดีแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยและเราจะมาพูดถึงในวันนี้ก็คือการบำรุงเล็บมือ เล็บเท้าให้ขาวสวยอมชมพู แลดูสุขภาพดี ด้วยวิธีการต่างๆ โดยเราได้นำวิธีแสนง่ายมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้ ดังนี้

วิธีง่ายๆในการดูแลบำรุงเล็บมือ เล็บเท้า
1.รู้จักรักษาความสะอาด ก่อนที่จะไปถึงวิธีบำรุงเล็บมือ เล็บเท้า เราต้องรู้จักรักษาความสะอาด อย่าปล่อยให้เล็บดำสกปรกเป็นอันขาด เพราะนอกจะทำให้เสียบุคลิกแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรคต่างๆมากมาย โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้น ควรทำความสะอาดเล็บมือ เล็บเท้าเป็นประจำ โดยการใช้แปรงขนนุ่ม กับสบู่อ่อนๆ หรือเครื่องสำอางแบบอ่อน ถูเบาๆ บริเวณมือ เท้า และซอกเล็บ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
2.ตัดเล็บเป็นประจำ ขั้นตอนต่อไปคือการตัดเล็บมือและเล็บเท้าเป็นประจำ เล็บมือสัปดาห์ละครั้ง ส่วนเล็บเท้า 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง และไม่ควรตัดเล็บจนชิดบริเวณผิวหนังส่วนปลายนิ้วเกินไป เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นแผลแล้วยังทำให้พื้นที่หน้าเล็บสั้นลงได้ และถ้าตัดชิดขอบลึกลงไปเรื่อยๆจะดูเหมือนเล็บของคนที่ชอบกัดเล็บซึ่งไม่สวยงาม
3.หมั่นบำรุงเล็บ โดยการใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน ซึ่งมักจะเป็นแบบที่ช่วยป้องกันผิวมือไม่ให้หยาบกระด้างด้วย โดยเฉพาะหลังจากที่มือต้องสัมผัสกับสารเคมีต่างๆ เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ทั้งนี้ หากรู้ว่าจะต้องสำคัญกับสารเคมี ควรการป้องกันด้วยการสวมถุงมือทุกครั้ง
4.รับประทานที่มีประโยชน์ เพราะเล็บก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตเหมือนกัน จึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงเล็บให้แข็งแรง ขาวใส ไม่เปราะหักง่าย สารอาหารที่เล็บต้องการ เช่น โปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม รวมถึงแร่ธาตุสังกะสีที่มีอยู่ในอาหารทะเลและเมล็ดธัญพืช
5.พักการทาเล็บเสียบ้าง สำหรับสาวๆที่ชอบทาเล็บเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ควรทาเล็บสีเข้มติดต่อกันนานๆ ควรสลับสีอ่อนบ้าง และควรหยุดพักการทาเล็บเมื่อเห็นว่าสภาพเล็บดูแห้งหรือเกิดสีผิดปกติ สาวๆบางคนที่ชอบจริงๆจนเรียกว่าไม่ยอมให้เล็บได้หายใจกันเลยทีเดียว ก็ควรทาน้ำยารองพื้นเล็บก่อนทาสี เพื่อป้องกันการเกิดสีที่ไม่พึงประสงค์ และปกป้องไม่ให้เล็บถูกทำร้ายจากสารเคมี

CR.http://www.beauty24store.com/